
2025-10-09 16:32:22
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 บริษัท ชู บลิส จำกัด ผู้ดำเนินงานร้าน Take Care Plus – ศูนย์รวมสินค้านวัตกรรมเพื่อสุขภาพ ได้ร่วมตอบแทนสังคมด้วยการมอบผลิตภัณฑ์ อาหารเหลวผู้ป่วยติดเตียง และของใช้จำเป็นให้แก่ผู้ป่วยยากไร้และผู้ดูแลในชุมชนย่าน ไมตรีจิต คลองสามวา กรุงเทพมหานคร เพื่อช่วยเสริมโภชนาการและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยที่ต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง
กิจกรรมในครั้งนี้เป็นการส่งต่อกำลังใจและโภชนาการที่เหมาะสมให้กับ
ผู้ป่วยติดเตียงโรคไต ที่ต้องควบคุมปริมาณโซเดียม
และ คุณยายวัยกว่า 80 ปี ที่ยังคงทำหน้าที่ดูแลลูกชายผู้ป่วยติดเตียงวัยเกือบ 50 ปี พร้อมด้วย พี่สาววัยกว่า 60 ปี ที่ร่วมช่วยดูแลในทุกวัน
ทีมงาน Take Care Plus ได้ร่วมพูดคุยและให้คำแนะนำเรื่องการดูแลผู้ป่วยติดเตียง ทั้งในด้านอาหาร การป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ และการเลือกผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยโรคไต

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ทีมงานได้เลือกมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนและเหมาะกับผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลพิเศษ ได้แก่
Blendee Quik (เบลนดีควิก) – อาหารเหลวสูตรซุปไก่มะเขือเทศ โซเดียมต่ำ ย่อยง่าย ให้พลังงานพอเหมาะ เหมาะสำหรับผู้ป่วยติดเตียงและผู้ป่วยโรคไต
มะลิลา (Malila) – ซุปข้นจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ น้ำตาลน้อย โซเดียมต่ำ มีสารอาหารครบถ้วน ลดสำลัก และรสชาติที่อร่อย ทานง่าย
N2N (เอ็นทูเอ็น) - โจ๊กเนื้อละเอียดพิเศษจากข้าวกล้องออแกนิค ที่ทานง่าย ได้คุณค่าสารอาหาร ทานได้แม้ผู้มีปัญหาการเคี้ยวกลืน
DeciPlus (เดซี่พลัส) – ผงโปรตีนไข่ขาวคุณภาพสูง ปราศจากไขมันและคอเลสเตอรอล ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้ผู้ป่วยและผู้สูงอายุ
Inno-Age (อินโนเอจ) – ยาสีฟันโฟมจากส่วนผสมธรรมชาติ กลืนได้ เหมาะสำหรับผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สะดวกบ้วนปาก
AnAn Medicos (อันอัน เมดิโคส) – แผ่นรองซับสำหรับผู้ป่วยติดเตียง ซึมซับของเหลวได้สูงสุดถึง 900 มิลลิลิตร
Take Care Plus มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้ดูแล ด้วยการคัดสรรสินค้านวัตกรรมเพื่อสุขภาพที่มีงานวิจัยรองรับและปลอดภัยต่อการบริโภค รวมถึงกิจกรรมเพื่อสังคมที่สะท้อนแนวคิด “ดูแลกันและกัน” ซึ่งเป็นหัวใจของแบรนด์
กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของ Take Care Plus และ บริษัท ชู บลิส จำกัด ที่ต้องการช่วยเหลือสังคมผ่านการส่งต่อผลิตภัณฑ์สุขภาพคุณภาพสูงให้กับผู้ป่วยและผู้ดูแลที่ต้องการการสนับสนุน ทั้งยังเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการสร้างสังคมแห่งการ “ดูแลกันและกัน” อย่างยั่งยืน