0

วิธีรักษาแผลกดทับให้หายเร็ว พร้อมวิธีป้องกันแผลกดทับในผู้ป่วยติดเตียง

2025-12-21 11:42:35

#ผลิตภัณฑ์ผู้ป่วยติดเตียง #ผู้ป่วยติดเตียง

วิธีรักษาแผลกดทับให้หายเร็ว พร้อมแนวทางป้องกันที่ผู้ดูแลควรรู้


แผลกดทับ (Pressure Ulcer / Bed Sore) เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่เคลื่อนไหวร่างกายได้น้อย หากดูแลไม่ถูกวิธี อาจลุกลาม ติดเชื้อ และใช้เวลารักษานาน บทความนี้จะพาคุณเข้าใจ วิธีป้องกันแผลกดทับตั้งแต่ยังไม่เกิด และ วิธีดูแลรักษาแผลกดทับให้หายเร็วอย่างถูกต้องตามหลักการแพทย์


แผลกดทับคืออะไร ทำไมถึงหายช้า?


แผลกดทับเกิดจากแรงกดทับบริเวณเดิมเป็นเวลานาน ทำให้เลือดไปเลี้ยงผิวหนังไม่เพียงพอ เซลล์ขาดออกซิเจนและสารอาหาร จนเกิดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ


ตำแหน่งที่พบบ่อย

  • ก้นกบ

  • ส้นเท้า

  • สะโพก

  • หลัง

  • ข้อศอก

  • ตาตุ่ม

หากปล่อยไว้โดยไม่ดูแล แผลอาจลุกลามจากผิวหนัง → ชั้นไขมัน → กล้ามเนื้อ → กระดูก


วิธีป้องกันแผลกดทับ (สำคัญกว่าการรักษา)

การป้องกันที่ดี สามารถลดโอกาสเกิดแผลกดทับได้มากกว่า 80%

1. เปลี่ยนท่าทางทุก 2 ชั่วโมง

  • ลดแรงกดซ้ำจุดเดิม

  • สลับตะแคงซ้าย–ขวา

  • ใช้หมอนหรืออุปกรณ์รองรับแรงกด

2. ดูแลผิวหนังให้ชุ่มชื้น ไม่อับชื้น

ผิวแห้งแตก หรือผิวอับชื้นจากเหงื่อ ปัสสาวะ อุจจาระ จะทำให้ผิวหนังอ่อนแอและเกิดแผลได้ง่าย
👉 ตัวช่วยที่เหมาะสำหรับการป้องกัน

3. เลือกที่นอนและอุปกรณ์ลดแรงกด


  • ที่นอนลม

  • เบาะเจล

  • หมอนรองเฉพาะจุด

4. โภชนาการต้องเพียงพอ

  • โปรตีนช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ

    DeciPlus ผงโปรตีนไข่ขาวเกรดพรีเมียม (กดดูรายละเอียดสินค้าได้ที่นี่)
    โปรตีนไข่ขาวมีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน โดยเฉพาะ Albumin (อัลบูมิน) ซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญต่อการสมานแผล ควรเลือกทานโปรตีนไข่ขาวที่ไม่ผสมโปรตีนพืชหรือโปรตีนชนิดอื่นๆ เพื่อคงคุณค่าไข่ขาวได้ครบถ้วน

     
  • เสริมวิตามิน C, Zinc ช่วยการสมานแผลDemosana ซิงก์ผสมวิตามินซีชนิดเม็ดฟู่ (กดดูรายละเอียดสินค้าได้ที่นี่)

    ซิงก์มีส่วนกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ (Cell regeneration) ช่วยให้แผลสมานตัวเร็วขึ้น รวมถึงช่วยในการสร้างเอนไซม์ที่จำเป็นต่อการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และวิตามินซี มีส่วนช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวหนังแข็งแรง อีกทั้งยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบของแผล


  • ดื่มน้ำให้เพียงพอแผลกดทับเกิดจากการที่ผิวหนังถูกกดทับจนเลือดไปเลี้ยงไม่พออยู่แล้ว
    ถ้าร่างกาย ขาดน้ำ → เลือดจะข้น → ไหลช้า → ผิวหนังขาดออกซิเจนมากขึ้น
    ผลคือ แผลเกิดง่าย และแผลหายช้า

    การดื่มน้ำให้เพียงพอช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ส่งออกซิเจนและสารอาหารไปซ่อมแซมแผลได้


วิธีรักษาแผลกดทับให้หายเร็ว (เมื่อแผลเริ่มเกิดแล้ว)

การรักษาแผลกดทับต้อง “ถูกระยะ ถูกวิธี” ไม่ใช่แค่ปิดแผลอย่างเดียว

ขั้นที่ 1 ประเมินระดับแผลกดทับ

  • ระยะที่ 1 ผิวแดง ไม่แตก

  • ระยะที่ 2 ผิวแตกเป็นแผลตื้น

  • ระยะที่ 3–4 แผลลึก มีเนื้อตาย ต้องดูแลใกล้ชิดโดยแพทย์

บทความนี้เน้นการดูแลแผล ระยะเริ่มต้น–ระยะปานกลาง เพื่อช่วยให้แผลหายเร็วและไม่ลุกลาม


ขั้นที่ 2 ทำความสะอาดแผลอย่างถูกต้อง


  • ใช้น้ำเกลือล้างแผล

  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์หรือเบตาดีนเข้มข้น

  • ซับเบา ๆ ไม่ถูแรง


ขั้นที่ 3 รักษาความชุ่มชื้นของแผล (หัวใจของการหายเร็ว)

แผลกดทับจะหายเร็วกว่าในสภาพแวดล้อมที่ “ชุ่มชื้นพอดี” ไม่แห้ง ไม่แฉะ

👉 ตัวช่วยสำคัญ



ขั้นที่ 4 ปิดแผลด้วยวัสดุที่เหมาะสม

การเลือกวัสดุปิดแผลมีผลอย่างมากต่อความเร็วในการหายของแผล

👉 แนะนำ


สิ่งที่ไม่ควรทำในการรักษาแผลกดทับ

  • ❌ ปล่อยให้แผลแห้งแตก

  • ❌ ปิดแผลแน่นเกินไป

  • ❌ ใช้ยาที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับแผล

  • ❌ ไม่เปลี่ยนท่าผู้ป่วยแม้ปิดแผลแล้ว


สรุป: ดูแลแผลกดทับให้หายเร็ว ต้องทำ “ครบวงจร”

ป้องกัน

  • ลดแรงกด + ดูแลผิว + ใช้ Mildvy สเปรย์เคลือบผิว ลดระคายเคืองเป็นประจำ

รักษา

  • ทำความสะอาดแผล

  • เติมความชุ่มชื้นด้วย BluGel ไฮโดรเจลดูแลแผล กำจัดเนื้อตาย

  • ปิดแผลอย่างเหมาะสมด้วย Therasorb ลดแรงกดทับ ป้องกันแบคทีเรีย

  • ควบคู่โภชนาการและการเปลี่ยนท่าเป็นประจำ

การดูแลแผลกดทับไม่ใช่เรื่องของยาเพียงอย่างเดียว แต่คือการดูแลผู้ป่วยทั้งระบบ เพื่อให้แผลหายเร็ว ลดความเจ็บปวด และเพิ่มคุณภาพชีวิตของทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแล










เปิดให้บริการทุกวัน มีบริการจัดส่งทันที


บริษัท ชู บลิส จำกัด


8/148 ซอยอ่อนนุช 68 แขวงอ่อนนุช เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ 10250


099-060-4155

099-110-2638


info.chubliss@gmail.com

Copyright © 2025 Take Care Plus | All rights reserved.